ความเป็นมา

ประวัติสหกรณ์

สหกรณ์ออมทรัพย์การเคหะแห่งชาติ จำกัด ก่อตั้งขึ้นภายหลังจากที่การเคหะแห่งชาติได้ยกเลิกข้อบังคับฉบับที่ 17 ว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์ในข้อที่เกี่ยวกับเงินสะสมประเภทที่ 1 ได้รับการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2520  เลขทะเบียนสหกรณ์ที่ กพธ.342/252 เริ่มประกอบธุรกิจสหกรณ์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2520 ซึ่งเป็นวันแรกที่สหกรณ์เรียกเก็บเงินค่าหุ้นจากสมาชิกด้วยวิธีหักเงินเดือน จำนวนสมาชิกครั้งแรก 374 ราย ถือหุ้นรวม 3,299 หุ้นค่าหุ้นๆละ 10 บาท สมาชิกชำระค่าธรรมเนียมแรกเข้ารายละ 20 บาท ทุนดำเนินการครั้งแรก 40,470 บาท

คณะกรรมการดำเนินการจัดตั้งสหกรณ์ (ปี 2520)

 1. น.อ.ประสิทธิ์ ประภาสะโนบล ประธานกรรมการ
 2. นายประจิต ธนศักดิ์ กรรมการ
 3. นายมนัส อาสนะนันท์ กรรมการ
 4. นายริศิษฎ์ ชมเชิงแพทย์ กรรมการ
 5. นายสมพงษ์ โฆษิตธรรม กรรมการ
 6. นายประเสริฐ ตระกูลวงศ์ กรรมการ
 7. นางอัจฉรา อิศระ กรรมการ
 8. นางสาวชัชสรี บุญนาค กรรมการ
 9. นางเชิญพิศ พิเรนทร กรรมการ
10. นายอุดม พานิชวัฒน์ กรรมการ
11. นางสุกัญญา สนองคุณ กรรมการ
12. นางสาวสมคิด นนทรีย์ กรรมการ
13. นายปรีชา ทุมเสถสาร กรรมการ/เลขานุการ
14. นายชัยพร จิรวัฒน์ กรรมการ/ผู้ช่วยเลขานุการ

วัตถุประสงค์

สหกรณ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมของบรรดาสมาชิกโดยวิธีช่วยตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกันตามหลักการสหกรณ์ด้วยการร่วมกันดำเนินธุรกิจในข้อต่อไปนี้

  1. ส่งเสริมให้สมาชิกออมทรัพย์โดยช่วยให้สมาชิกสงวนส่วนแห่งรายได้ของตนไว้ในทางอันมั่นคงและได้รับประโยชน์ตามสมควร
  2. ส่งเสริมการช่วยตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกันในหมู่สมาชิก
  3. รับฝากเงินจากสมาชิก หรือสหกรณ์อื่น
  4. จัดหาทุนเพื่อกิจการของสหกรณ์ ตามวัตถุประสงค์
  5. ให้เงินกู้แก่สมาชิก
  6. ดำเนินการให้กู้ยืมเพื่อการเคหะ
  7. ให้สหกรณ์อื่นกู้ยืมเงิน
  8. ออกตั๋วสัญญาใช้เงินหรือตราสารการเงิน
  9. ซื้อหุ้นของชุมชนสหกรณ์หรือสหกรณ์อื่น
  10. ซื้อหลักทรัพย์รัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจ
  11. ซื้อหุ้นของธนาคารซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่สหกรณ์
  12. ให้สินเชื่อ ให้ยืม ให้เช่า ให้เช่าซื้อ โอน รับจำนองหรือรับจำนำทรัพย์สินแก่สมาชิกหรือของสมาชิก
  13. จัดให้ได้มาซื้อถือกรรมสิทธิ์หรือทรัพย์สิทธิครอบครองกู้ยืมเช่าเช่าซื้อรับโอนสิทธิ การเช่า หรือสิทธิการเช่าซื้อ จำนองหรือจำนำ ขายหรือจำหน่ายด้วยวิธีอื่นใดซึ่งทรัพย์สิน
  14. ซื้อหุ้นของสถาบันที่ประกอบธุรกิจอันทำให้เกิดความสะดวก หรือส่งเสริมความเจริญแก่กิจการของสหกรณ์
  15. ฝากและลงทุนตามที่กฎหมายว่าด้วยสหกรณ์
  16. ฝากหรือลงทุนตามที่กรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ กำหนด
  17. ให้สวัสดิการหรือการสงเคราะห์ตามสมควรแก่สมาชิกและครอบครัว
  18. ให้ความช่วยเหลือทางวิชาการแก่สมาชิก
  19. ขอหรือรับความช่วยเหลือทางวิชาการจากทางราชการ หน่วยงานของต่างประเทศ หรือบุคคลอื่นใด
  20. ร่วมมือกับทางราชการ สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย ชุมชนสหกรณ์และสหกรณ์อื่นเพื่อส่งเสริมและปรับปรุงกิจการของสหกรณ์
  21. ดำเนินธุรกิจหรือกิจการอย่างอื่นบรรดาที่เกี่ยวกับหรือเนื่องในการจัดให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ของสหกรณ์

จรรยาบรรณของคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์

  1. มุ่งมั่นอุทิศตนเพื่อบริหารงานของสหกรณ์ให้ก้าวหน้าด้วยความเสียสละซื่อสัตย์สุจริต โดยยึดมั่นอุดมการณ์ หลักการ และวิธีการสหกรณ์
  2. พึงปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบสหกรณ์อย่างเคร่งครัด ยึดหลักธรรมาภิบาลรวมถึงจริยธรรม วัฒนธรรมอันดีงาม
  3. มุ่งมั่นพัฒนาความรู้ ศักยภาพของตนและบุคลากรของสหกรณ์อย่างจริงจัง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานในสหกรณ์
  4. กำกับดูแลการจัดการสหกรณ์ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยไม่แทรกแซงสายการบังคับบัญชา แต่จะสร้างความยุติธรรมแก่เจ้าหน้าที่สหกรณ์ในการปฏิบัติงาน
  5. พึงดูแล ใช้ รักษาทรัพย์สิน อุปกรณ์ของสหกรณ์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ส่วนรวม
  6. ไม่อาศัยหรือยินยอมให้ผู้อื่นอาศัยตำแหน่งหน้าที่ในสหกรณ์เพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ส่วนตน ญาติ พวกพ้อง
  7. หลีกเลี่ยงการทำธุรกิจส่วนตนที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับสหกรณ์ และเปิดเผยผลประโยชน์ส่วนตนที่มีในองค์กรหรือธุรกรรมใดที่ขัดกับประโยชน์ของสหกรณ์
  8. ละเว้นการให้สัญญาต่างตอบแทนแก่บุคคล องค์กร เพื่อให้ได้มาซึ่งตำแหน่ง ผลประโยชน์ของตน
  9. พึงรักษา ปกป้องผลประโยชน์ของสมาชิกโดยรวม และตัดสินใจบนพื้นฐานประโยชน์สมาชิกอย่างเป็นธรรม
  10. ไม่นำเอาทรัพย์สิน อุปกรณ์ บุคลากรของสหกรณ์ไปใช้เพื่อประโยชน์ของตน และพวกพ้อง และไม่กระทำการใดอันเป็นปฏิปักษ์ และเป็นคู่แข่งขันต่อการดำเนินงานของสหกรณ์

จรรยาบรรณของเจ้าหน้าที่สหกรณ์

  1. พึงปฏิบัติตามนโยบาย ข้อบังคับ ระเบียบของสหกรณ์ และคำสั่งของผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัดภายใต้อุดมการณ์ หลักการ และวิธีการสหกรณ์
  2. พึงให้บริการแก่สมาชิก และผู้ใช้บริการด้วยความเต็มใจและประทับใจ
  3. พึงรักษาข้อมูลส่วนตัวของสมาชิกเป็นความลับ และไม่นำไปแสวงหาประโยชน์เพื่อตน และพวก
  4. ให้บริการแก่สมาชิกอย่างเท่าเทียม และไม่เลือกปฏิบัติต่อผู้ใดผู้หนึ่งเป็นการเฉพาะ
  5. พัฒนาตนเองให้มีความรู้ ความสามารถ เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน
  6. พึงรักษา และใช้ประโยชน์จากทรัพย์สิน อุปกรณ์ของสหกรณ์อย่างประหยัด คุ้มค่ามากที่สุด รวมถึงไม่นำเอาไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตน
  7. พึงรักษาและเสริมสร้างความสามัคคีระหว่างเจ้าหน้าที่สหกรณ์และหลีกเลี่ยงการสร้างความขัดแย้ง ปัญหาหรือการกระทำอันเป็นการสร้างความแตกแยก
  8. พึงให้ข่าวสารการดำเนินงานสหกรณ์ที่เป็นประโยชน์แก่สมาชิกในทุกโอกาสที่เอื้ออำนวย ขณะเดียวกันก็รับฟังปัญหาความต้องการของสมาชิกเพื่อพัฒนาการดำเนินงานในโอกาสต่อไป
  9. พึงละเว้นการรับทรัพย์สิน ประโยชน์อื่นใดจากสมาชิกหรือบุคคลภายนอกเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตนหรือพวกพ้องอย่างมีศักดิ์ศรี
  10. หลีกเลี่ยงการทำธุรกิจที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน เป็นคู่แข่งขันหรือปฏิปักษ์กับสหกรณ์